May 11, 2008 10:06 PM
เอาล่ะ หลังจากที่ติดกันไว้นานสำหรับเรื่องจำเป็นของชีวิต ตอนที่ 2… ช่วงที่ผ่านมามันไม่ว่างจะเขียนเสียที วันนี้วันอาทิตย์ จริงๆมี Premier League นัดสุดท้าย แต่อย่างที่รู้ว่าหงส์แดงเราไม่ต้องลุ้นอะไรแล้ว มาเขียน Journal ดีกว่า
หลังจากคราวที่แล้วเราแนะนำสิ่งดีๆ เกี่ยวกับเรื่องกินกันไปแล้ว มาคราวนี้เราจะขอแนะนำเกี่ยวกับเรื่องหนังสือกันบ้าง ไม่รู้จะเห็นด้วยกับเราหรือเปล่าว่าหนังสือนี่เป็นเรื่องจำเป็นของชีวิต จริงๆ นะครับเราว่าคนเราถ้าไม่อ่านหนังสือเสียอย่างนี่ชีวิตคงจะขาดสิ่งดีๆ ไปเยอะเหมือนกันนะว่ามั๊ย วันนี้อยากจะมาแนะนำนักเขียนคนหนึ่ง เป็นคนใต้ เคยเขียนเรื่องสั้นได้รางวัลซีไรต์มาเล่มหนึ่งตอนปี 2539 ชื่อเรื่อง “แผ่นดินอื่น” ชื่อของนักเขียนคนนี้คือ “กนกพงศ์ สงสมพันธุ์”
หนังสือเล่มที่ได้มาหาใช่เล่มที่เขาได้ซีไรต์หรอกเป็นเล่มอื่นของเขา เรื่องของเรื่องคือวันนั้นเดินวนอยู่ในร้านหนังสือเพื่อจะหาหนังสือไปอ่าน ไปสะดุดเข้ากับชื่อหนังสือเล่มนี้ ชื่อของมันคือ “จดหมายจากนักเขียนหนุ่ม” ประจวบกับที่จริงๆ แล้วเราเคยผ่านตาชื่อของกนกพงศ์มาก่อนจากในหนังสือสีสันหรือ OPEN อะไรประมาณนี้แหละ แต่ไม่เคยอ่านผลงานของแกเสียที พอเจอเล่มนี้แล้วพลิกไปพลิกมาเจอข้อความจากน้าชาติ กอบจิตติ ขวัญใจของเราเลยควักเงินซื้อไปโดยไม่ลังเล แถมด้วยผลงานรวมเรื่องสั้นของแกอีกเล่มคือ “นิทานประเทศ” และแถมท้ายด้วยหนังสือของนักเขียนอีกคนที่เราอ่านงานของเขาบ่อยๆ หนึ่ง วรพจน์ พันธุ์พงศ์ กับผลงานรวมความเรียงของแกชื่อ “ไม่มีโทรศัพท์ และเครื่องปรับอากาศ”
ตอนแรกที่ได้หนังสือจดหมายจากนักเขียนหนุ่มมานึกว่าจะเป็นเรื่องสั้น เพราะพลิกไปพลิกมาตอนแรกไม่ได้ดูละเอียดมากนัก ประมาณว่าอยากอ่านจนดูไม่ละเอียด หลังจากเอามาดูที่บ้านจึงได้รับรู้ว่ามันเป็นจดหมายจริงๆ จดหมายที่กนกพงศ์เขียนไปหาเพื่อนฝูงซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในวงการน้ำหมึกเช่นกัน ที่เขาเอามารวมเล่มก็เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึงกนกพงศ์ เนื่องจากแกเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2549 หรือเกือบ 2 ปีมาแล้วเนื่องจากไข้หวัดใหญ่!!!
น่าเสียดายนะครับที่เราจะไม่ได้อ่านงานของแกอีกแล้ว จดหมายที่รวบรวมมา จะเป็นช่วงราวๆ ปลายปี 2546 เป็นต้นไปเนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงที่กนกพงศ์หนีจากกรุงเทพ ออกไปใช้ชีวิตนักเขียนในหมู่บ้านกลางหุบเขาแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ในจดหมายส่วนใหญ่เป็นการเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตของกนกพงศ์ในอีกวิถีหนึ่ง วิถีซึ่งห่างไกลจากสิ่งที่เราๆ ท่านๆ ใช้ชีวิตกันในปัจจุบัน การต่อสู้กับจิตใจของตัวเอง มุมมองชีวิตของนักเขียนต่อสังคมรอบข้างและความเป็นไปของโลกในปัจจุบันผ่านทางจดหมายที่เขาใช้ติดต่อกับเพื่อนฝูง
ส่วนที่ดีที่สุดของหนังสือเล่มนี้ก็คือเรื่องความสดนี่แหละครับ รู้สึกได้ถึงชีวิตจิตใจและความมีชีวิตจริงๆ ได้รู้จักมุมมองอีกแบบซึ่งเราไม่ได้พบเห็นบ่อยนักในชีวิตคนทำงานอย่างเราๆ พอพูดถึงเล่มนี้ก็อดจะพูดถึงหนังสือของวรพจน์ พันธุ์พงศ์ไม่ได้ ไม่มีโทรศัพท์ และเครื่องปรับอากาศเป็นงานที่เขียนขึ้นในช่วงที่หนังสือ OPEN ที่เขาและภิญโญ ไตรสุริยธรรมาร่วมสร้างกันมาเริ่มจะประสบปัญหา และครอบคลุมไปถึงชีวิตช่วงหลังจากที่ OPEN ปิดตัวลง (หรือหยุดพักตามสำนวนของภิญโญ) มันจึงเป็นเหมือนบันทึกชีวิตของคนปีกหัก มุมมองของคนที่เคว้งคว้างและผิดหวังกับเรื่องต่างๆ ของชีวิต เพียงแต่ว่าตัวละครของวรพจน์นั้นยังใช้ชีวิตอยู่ในเมือง มีสิ่งแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับเรามากกว่า งานและความคิดของวรพจน์อาจจะไม่ลึกและคมเท่ากับของกนกพงศ์ อาจเนื่องมาจากวัยและประสบการณ์ชีวิตต่างกัน แต่เราว่าหนังสือทั้งสองเล่มก็เป็นการเปิดมุมมองต่อสิ่งต่างๆ ของเราให้กว้างขึ้น ทำให้เราได้เรียนรู้และมองชีวิตในแบบที่ต่างออกไป และน่าจะช่วยให้เราเข้าใจคนอื่นๆที่อยู่รอบตัวเรา ได้ดียิ่งขึ้น

No comments yet
Comments feed for this article