มื่อคืนกลับมาถึงบ้านเร็วนิดนึง แล้วพอดี UBC มันเอาหนังเรื่อง Season Change มาฉายที่ช่อง Film Asia เปิดผ่านไปเจอก็เลยแวะดูนิดนึงเพราะเคยดูมาแล้ว ไปๆ มาๆ Remote มันกลับไม่ขยับเปลี่ยนช่องซะงั้น เลยดูซะจนจบเลย

เฮ้อ..หนังบ้าอะไรก็ไม่รู้ ทำไมมันเขียนบทได้ใสซะขนาดนั้น พอตั้งใจดูจริงๆ จังๆ แบบเก็บรายละเอียดทำให้เราเห็นว่าคนเขียนบทเขาเขียนได้เนียนจริงๆ เก็บความใสของวัยรุ่นได้ครบทุกเม็ดมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพื่อน เรื่องพ่อแม่ และแน่นอนล่ะเรื่องความรักใสๆ แบบเด็กๆ ดูแล้วมันอยากมี Time Machine ชะมัด เผื่อจะได้ไปสอบเข้าวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ที่มหิดลบ้าง….(บ้าไปแล้ว)

หนังแบบนี้มันดูแล้วชุ่มชื่นหัวใจจริงๆ แม้ว่าวัยเรามันจะโรยราก็เหอะนะ (ด่าตัวเองดีกว่า)

ไหนๆ ก็จั่วหัวมาเรื่องนี้แล้วเล่าเรื่องที่มาของวิทยาลัยดุริยางค์ให้ฟังดีกว่า คนก่อตั้งแกชื่ออาจารย์สุกรี เจริญสุข หัวขาวๆ ที่พูดตอนปฐมนิเทศในหนังนั่นแหละ แกจบโทดนตรีจาก USA กลับมาเมืองไทยก็มีคนชวนแกไปสอนที่มหิดล สอนไปด้วยเล่นดนตรีกลางคืนไปด้วย เพราะแกเก่ง Saxophone แต่สมัยนั้นมันไม่มีสถาบันทางดนตรีเป็นเรื่องเป็นราว วิชาที่แกสอนที่มหิดลกไม่ได้เป็น Pure Music แค่เฉียดๆ

ทำไปทำมา แกก็เลยเบื่อและจะลาออก  เพราะแกคิดว่าแกอยากทำสถาบันที่สอนเกี่ยวกับดนตรีจริง อธิการบดีมหิดลตอนนั้นก็เลยเรียกแกเข้าไปคุย แกก็เลยอธิบายให้ฟังว่าแกต้องการทำอะไร และอยากให้เป็นยังไง

อธิการก็เลยให้แกทำแผนงานและร่างหลักสูตรเพื่อเสนอคณะกรรมการและสภามหาลัย ซึ่งก็ต้องทำงานหนักจนกว่าจะผ่านการรับรอง เพราะสิ่งที่แกทำมันยากเหลือเกินที่จะให้คนเข้า็ใจและเห็นด้วย โดยเฉพาะกับมหิดลซึ่งเน้นทางวิชาการและเทคโนโลยี แต่ในที่สุดการทำงานหนักของแกก็เป็นผล โดยสภาอนุมัติให้เปิดวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ โดยได้อนุมัติงบสร้างอาคารเรียนที่เราเห็นในหนัง

แต่ยังไม่จบครับ พอเรื่องผ่านการอนุมัติของสภามหาลัยแล้ว ในระหว่างที่รอการส่งผ่านงบมาจากสำนักงบประมาณนั้น อธิการก็ได้นำข่าวที่ไม่สู้ดีมาบอกกับอาจารย์สุกรีว่า แกได้ข่าวมจากคณะกรรมการสำนักงบว่า งบสร้างอาคารเรียนอาจไม่ผ่านการพิจารณาจากสำนักงบ เพราะทางกระทรวงเห็นว่าไม่จำเป็น

เท่านั้นล่ะครับอาจารย์สุกรีแกก็ขับรถจากศาลายาไปสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลังทันที ไปถึงก็คว้า Saxophone พุ่งตรงฝ่าด่านหน้าห้องและ รปภ.ขึ้นไปห้อง ผอ.สำนักงบ ไปถึง ผอ.ซึ่งเป็นผู้หญิงก็ตกใจถามว่ามาทำอะไร แกก็ตอบว่า

“ไม่มีอะไรครับ ผมแค่อยากมาเล่นดนตรีให้ฟัง” แล้วแกก็เป่า Saxophone ของแกดังลั่นไปทั้ง Floor เวลานั้นใกล้เที่ยงอยู่แล้วคนก็มาออ มายืนดูกันเต็มไปหมด ระดับเทพแหละครับเพราะไม่เพราะคงไม่ต้องบอก หลังจากบรรเลงเพลงจบ ผอ.ก็ถามแกว่าอยู่ๆ มาเล่นดนตรีให้แกฟังทำไม อาจารย์แกก็บอกว่า

“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมได้ข่าวมาว่าคณะกรรมการสำนักงบ จะตัดงบสร้างอาคารเรียนวิทยาลัยดุริยางค์ ของผมหรือครับ” ผอ.สำนักงบก็ยิ้มแล้วบอกว่า “ก็เปล่านี่” แกก็เลยขอบคุณ ผอ.สำนักงบแล้วก็ขับรถกลับไปที่มหาลัย…..นี่แหละครับที่มาของ Season Change